สมุนไพรไทย

สมุนไพรไทย ดูแลสุขภาพ

การดูแลสุขภาพวันนี้ว่าด้วยเรื่องการทานสมุนไพรไทย  นั่นก็คือ กระชาย  นั่นเอง  กระชายมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกันคือ  กระชายดำ  กระชายเหลือง  และกระชายแดง  หากไม่ใช่รุ่นคุณแม่แล้วล่ะก็  “กระชาย” ก็นับว่าเป็นพืชสมุนไพรไทยที่ชนรุ่นหลังมักจะไม่ค่อยรู้จักกันล่ะค่ะ เพราะเราห่างจากการเข้าครัว เพราะเราเป็นสายกิน แม่ทำอะไรมาก็รับได้หม๊ดดดด แต่ไม่ค่อยจะอยากรู้ว่าส่วนประกอบแต่ละจานนั้นคืออะไรบ้าง บางจานรสชาติเผ็ดร้อน ก็อาจจะมาจากเครื่องเทศและสมุนไพรไทยหลายชนิด และหนึ่งในนั้นคือกระชายนี่ล่ะค่ะ  ซึ่งบางทีเราเห็นเราก็เขี่ยเพราะไม่ชอบความเผ็ดร้อนของมัน แต่ก่อนจะเขี่ยเรามาดูสรรพคุณของกระชายกันก่อนค่ะว่าเยอะแยะมากมายขนาดนี้แล้วยังจะเขี่ยลงอยู่อีกมั๊ย ในที่นี้ขอเล่าเรื่องของกระชายเหลืองค่ะ เพราะมีความสำคัญและสรรพคุณเยอะกว่าใครเพื่อน

            1.)  ข้อนี้สำคัญมากเรียกว่าขึ้นชื่อลือชาไปสี่คุ้งน้ำค่ะ เพราะกระชายมีคุณสมบัติคล้ายโสมเกาหลีที่ช่วยบำรุงกำลังทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า และยังช่วยกระตุ้นความเป็นชายอีกด้วย

            2.)  มีฤทธิ์เป็นยาถอนพิษ สามารถช่วยให้หายจากอาการอาหารเป็นพิษ  ลำไส้อักเสบ และโรคบิด

            3.)  ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร กระตุ้นระบบขับถ่ายและเป็นยาระบายอ่อนๆ ใครที่รับประทานอาหารเช่น ขนมจันน้ำยาป่า น้ำยาลาว  เข้าไปแล้วปวดหนักขึ้นมา นั่นล่ะค่ะความสามารถของกระชายล่ะ

            4.)  เนื่องจากกระชายมีสารออกฤทธิ์ที่ช่วยลดหรือต้านการกลายพันธ์ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งดังนั้นการรับประทานกระชายเป็นประจำจึงช่วยต้านและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้

            5.)  ในส่วนของเหง้าของกระชายมีรสขม มีความเผ็ดร้อน ตรงส่วนนี้จะมีสรรพคุณในการช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ โดยสามารถนำมาต้อมหรือปรุงในอาหารก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ

            6.)   ช่วยแก้อาการท้องร่วงท้องเดิน โรคกระเพาะ โดยใช้ส่วนของเหง้า หรือรากจะได้ผลดีมาก

            7.)  เป็นยาช่วยขับปัสสาวะ ช่วยแก้อาการปัสสาวะขัด ช่วยในเรื่องของอาการกระเพาะปัสสาวะเกร็ง

            8.)  ในผู้หญิงจะช่วยบำรุงมดลูก ช่วยไม่ให้มดลูกโต  ในผู้ชายจะช่วยไม่ให้ต่อมลูกหมากโต 

            9.)  ในส่วนเหง้าของกระชายมีฤทธิ์ ช่วยในการขับระดูขาวของผู้หญิง และช่วยแก้อาการตกขาว

            10.)  ใช้เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ส่วนเหง้าของกระชาย โดยทานร่วมกับมะขามเปียก (นำทั้งสองอย่างมาต้มรวมกัน) รับประทานอย่างต่อเนื่อง

            11.)  ช่วยแก้อาการปวดเมื่อย ช่วยบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง โดยใช้ส่วนของเหง้าแก่ๆ นำมาหั่นเป็นแว่น ตากแดดให้แห้งจากนั้นนำมาชงดื่มได้เลยค่ะ

            12.)  ช่วยลดอาการต่างๆ ที่เกิดจากเชื้อรา เช่น อาการคันหนังศีรษะที่เกดจากเชื้อรา  ช่วยรักษาโรคน้ำกัดเท้า  ขี้กลาก  ขี้เกลื้อน  โรคผิวหนัง  โรคในช่องปาก  ช่วยรักษาฝี  เป็นต้น

            13.)  ช่วยต้านหรือป้องกันโรคต่างๆที่เกิดจาการที่มีการอักเสบภายในร่างกาย ให้ผลคล้ายๆ กับการรับประทานยาแอสไพริน

            14.)  ช่วยปรับสมดุลของความดันโลหิตทั้งในส่วนของความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตต่ำ ให้มีความสมดุลทั้งสองกรณี

            15.) ช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีขึ้น จึงมีฤทธิ์ในการช่วยบำรุงสมอง

            16.)  ช่วยบำรุงกระดูกให้กระดูกไม่เปราะบาง 

            17.)  ส่วนเหง้าและรากช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง โดยนำส่วนเหง้าและรากมาต้มรับประทานสม่ำเสมอ

            18.)  แก้วิงเวียน แน่นหน้าอก และเป็นยาอายุวัฒนะ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการบำรุงธาตุต่างๆ ในร่างกาย

            19.)  ส่วนของใบและเหง้าเป็นส่วนที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยแก้โรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากเป็นแผล เป็นต้น

            20.)  มีงานวิจัยจากสถาบันต่างๆ ว่ากรชายมีสารหลายอย่างที่ช่วยในเรื่องของ การต้านแบคทีเรีย  การช่วยต้านเชื้ออันเป็นสาเหตุของโรคมาลาเรีย และนอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการต้านการเจริญเติบโตของเชื้อ Giardia intestinalis ที่ก่อให้เกิดภาวะท้องเสีย ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง