Showing 3 Result(s)
สมุนไพรไทย

สมุนไพรไทย ดูแลสุขภาพ

การดูแลสุขภาพวันนี้ว่าด้วยเรื่องการทานสมุนไพรไทย  นั่นก็คือ กระชาย  นั่นเอง  กระชายมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกันคือ  กระชายดำ  กระชายเหลือง  และกระชายแดง  หากไม่ใช่รุ่นคุณแม่แล้วล่ะก็  “กระชาย” ก็นับว่าเป็นพืชสมุนไพรไทยที่ชนรุ่นหลังมักจะไม่ค่อยรู้จักกันล่ะค่ะ เพราะเราห่างจากการเข้าครัว เพราะเราเป็นสายกิน แม่ทำอะไรมาก็รับได้หม๊ดดดด แต่ไม่ค่อยจะอยากรู้ว่าส่วนประกอบแต่ละจานนั้นคืออะไรบ้าง บางจานรสชาติเผ็ดร้อน ก็อาจจะมาจากเครื่องเทศและสมุนไพรไทยหลายชนิด และหนึ่งในนั้นคือกระชายนี่ล่ะค่ะ  ซึ่งบางทีเราเห็นเราก็เขี่ยเพราะไม่ชอบความเผ็ดร้อนของมัน แต่ก่อนจะเขี่ยเรามาดูสรรพคุณของกระชายกันก่อนค่ะว่าเยอะแยะมากมายขนาดนี้แล้วยังจะเขี่ยลงอยู่อีกมั๊ย ในที่นี้ขอเล่าเรื่องของกระชายเหลืองค่ะ เพราะมีความสำคัญและสรรพคุณเยอะกว่าใครเพื่อน             1.)  ข้อนี้สำคัญมากเรียกว่าขึ้นชื่อลือชาไปสี่คุ้งน้ำค่ะ เพราะกระชายมีคุณสมบัติคล้ายโสมเกาหลีที่ช่วยบำรุงกำลังทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า และยังช่วยกระตุ้นความเป็นชายอีกด้วย             2.)  มีฤทธิ์เป็นยาถอนพิษ สามารถช่วยให้หายจากอาการอาหารเป็นพิษ  ลำไส้อักเสบ และโรคบิด             3.)  ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร กระตุ้นระบบขับถ่ายและเป็นยาระบายอ่อนๆ ใครที่รับประทานอาหารเช่น ขนมจันน้ำยาป่า น้ำยาลาว  เข้าไปแล้วปวดหนักขึ้นมา นั่นล่ะค่ะความสามารถของกระชายล่ะ             4.)  เนื่องจากกระชายมีสารออกฤทธิ์ที่ช่วยลดหรือต้านการกลายพันธ์ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งดังนั้นการรับประทานกระชายเป็นประจำจึงช่วยต้านและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้             5.)  ในส่วนของเหง้าของกระชายมีรสขม มีความเผ็ดร้อน ตรงส่วนนี้จะมีสรรพคุณในการช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ โดยสามารถนำมาต้อมหรือปรุงในอาหารก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ …

คุณแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์กับการออกกำลังกาย เรื่องจริงที่ผู้หญิงต้องรู้

การออกกำลังกาย  เป็นการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงได้ดีที่สุด  เพราะไม่ว่ากล้ามเนื้อในร่างกายหรือกล้ามเนื้อหัวใจก็จะแข็งแรงขึ้นได้  จากการออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ  เมื่อทั้งสองส่วนนี้แข็งแรงดีแล้ว  ทุกระบบในร่างกายก็จะทำงานเป็นปกติ  ทำให้สุขภาพร่างกายเราดีตามไปด้วย  แต่สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์  และมีการออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว  มักจะกังวลและมีคำถามเสมอว่า ตั้งครรภ์แล้วจะสามารถออกกำลังกายได้เหมือนเดิมหรือไม่  งานนี้ก็ต้องมาดูกันล่ะค่ะว่าการตั้งครรภ์นั้นมีองค์ประกอบหรือปัจจัยแวดล้อมใดๆที่ทำให้เสี่ยงต่อการแท้งหรือไม่  หรือถ้าหากคุณแม่มีอาการครรภ์เป็นพิษ  มีอาการความดันโลหิตสูง  หรือถ้าคุณหมอบอกว่ารกเกาะต่ำ  ครรภ์ไม่แข็งแรงหรือคุณแม่มีประวัติการแท้งมาก่อนหน้านี้แล้ว  ก็ควรที่จะต้องให้ความสำคัญและใส่ใจกับรูปแบบของการออกกำลังกายและประคับประคองการตั้งครรภ์ ในครั้งนี้เอาไว้ให้ได้ดีที่สุด             แต่การตั้งครรภ์  ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องลดละเลิกการออกกำลังกาย  หรือลืมการออกกำลังกายไปจนกว่าจะคลอด  แต่ในทางตรงกันข้ามเรายังคงสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ  เพียงแต่ว่าจะต้องเลือกประเภทและรูปแบบของการออกกำลังกายให้เหมาะสม  รวมไปถึงไม่ควรหักโหมหรือออกกำลังกายหนักแบบบ้าพลังเหมือนครั้งที่ก่อนจะท้องล่ะค่ะ             การออกกำลังกายที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้  ก็คือการว่ายน้ำหรือการออกกำลังกายในน้ำโดยวิธีการง่ายๆ  แค่พาตัวเองลงไปแล้วเหยียดแข้งเหยียดขาเดินไปเดินมาหรือว่าว่ายน้ำในท่าปกติ  เราก็สามารถบริหารกล้ามเนื้อหรือออกกำลังกายในส่วนต่างๆได้อย่างดีแล้วนอกจากนี้ การเล่นโยคะในน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ดูแลลูกน้อยในครรภ์ด้วยการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วยเพราะนอกจากการออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดีแล้วยังเป็นการเตรียมความพร้อมทำให้สามารถคลอดง่ายขึ้นอีกด้วย             ส่วนใครที่ไม่สันทัดการลงน้ำเราสามารถออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการเล่นโยคะ  ซึ่งในส่วนของฟิตเนสบางแห่ง  ก็จะมีเทรนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเทรนเนอร์มืออาชีพ  ที่จะทำหน้าที่ในการดูแลการออกกำลังกายให้กับหญิงตั้งครรภ์โดยเฉพาะ  ดังนั้นท่าโยคะแต่ละท่าก็จะเป็นท่าที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้คุณแม่และลูกน้อยได้เป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ  ดังนั้นใครที่คิดว่าพอเริ่มตั้งครรภ์แล้วจะต้องบอกลาการออกกำลังกายก็ไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจไปค่ะ  เพราะในยุคนี้สมัยนี้เราไม่ต้องประคบประหงมประคับประคองเหมือนไข่ในหินนั่งๆนอนๆ อยู่แต่ในบ้านเพียงอย่างเดียวเหมือนในสมัยก่อน  แต่เราสามารถทำกิจวัตรประจำวันของเราได้ตามปกติเหมือนเดิมเพียงแต่ต้องคิดไว้เสมอว่า เรากำลังท้องนะ

รักสุขภาพ

รักษ์สุขภาพโดยอัตโนมัติทำได้ง่ายๆ

คำว่า รักสุขภาพ  เป็นคำง่ายๆที่ใครก็พูดได้  แต่ใครเลยจะเป็นบุคคลผู้ซึ่งมีความรักสุขภาพตนเองอย่างแท้จริง  ซึ่งในความหมายของคำว่ารักสุขภาพนั้น  ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกรับประทานอาหารดีๆหรือการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่การรักสุขภาพ  หมายถึงการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง  เป็นการดูแลแบบองค์รวม  เราจึงต้องดูแลตัวเองในทุกๆเรื่องและทุกๆมิติของชีวิต  แต่สิ่งที่สำคัญคือ  ส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะ ดูแลตัวเองเอาใจใส่ตัวเองได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว  แต่พอถึงครั้งที่ต้องทำงานหนักหรืองานเข้า  เราก็มักจะลืมสุขภาพตัวเองไปโดยทันที  พฤติกรรมการทำร้ายสุขภาพโดยที่เราไม่รู้ตัวก็เริ่มต้นอีกครั้ง  ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจนลืมรับประทานอาหาร  การทำงานจนลืมนอนลืมวันลืมคืนหรือแม้กระทั่งการไม่ยอมเจียดเวลาไปออกกำลังกาย  เพราะกว่าที่จะเสร็จสิ้นกิจวัตรประจำวันเราก็เหนื่อยแทบหมดแรงแล้ว  ดังนั้นการที่เราจะกลายเป็นคนรักสุขภาพโดยอัตโนมัติแบบที่เรียกว่าไม่สามารถมีอะไรมาแย่งซีนความเป็นคน สุขภาพของเราไปได้  เราจึงจำเป็นต้องสร้างลักษณะนิสัยของเราให้กลายเป็นคนคนนั้นโดยวิธีการง่ายๆคือ เริ่มต้นจากการเข้านอนเวลา 4 ทุ่มอาจจะมีข้อขัดแย้งในใจว่า 4 ทุ่มเรายังเดินทางอยู่บนท้องถนนอยู่เลย  ก็นั่นล่ะค่ะเป็นสิ่งที่เราทำกันมาจนเคยชิน  ดังนั้น วันนี้เราจึงต้องปรับตัวและปฏิบัติตัวเองสมัยไปว่าอะไรก็ตาม 4 ทุ่มเราควรจะถึงบ้านแล้วเพื่อที่จะให้ 4 ทุ่มครึ่ง เราอยู่บนเตียงนอนพร้อมปิดไฟแล้วก็สร้างบรรยากาศให้เหมาะแก่การพักผ่อนพร้อมกับหลับไปอย่างมีความสุข การออกกำลังกายในตอนเช้า  เป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้เรามีความสุข  สดชื่น  กระปรี้กระเปร่าและยังสามารถลดความดันโลหิตได้อีกด้วย  การออกกำลังกายตอนเช้าไม่จำเป็นต้องหนักหน่วงหรือไม่ต้องคิดให้วุ่นวายให้ยุ่งยาก  เพียงแค่เดินไปเรียนมาในห้อง 30 นาที หรือกระโดดตบสักร้อยครั้งเท่านี้ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีเพียงแค่คนทำให้ได้ทุกเช้าเท่านั้นล่ะค่ะ ดื่มน้ำ 1 แก้วทันทีหลังจากตื่นนอน  เป็นทฤษฎีที่ใครก็รู้ว่านี่เป็นวิธีการที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพเราให้ดีที่สุด  แต่จะมีใครสักกี่คนที่ทำได้เพราะทันทีที่ตื่นเช้าเราก็ต้องรีบร้อนและลุกลี้ลุกลนกระโดดเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน อาบน้ำเย็นและน้ำร้อนสลับกันไป  หลังจากการออกกำลังกายในตอนเช้าควรจะพักซัก 10 นาทีเพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนออกไป  จากนั้นจึงอาบน้ำเย็นเพิ่มความสดชื่นในตอนเช้าและในตอนเย็นควรจะอาบน้ำอุ่นเพื่อให้ร่างกายให้ผ่อนคลายความตึงเครียดนั่นเอง รับประทานอาหารเช้าทุกวัน  …